พบกับทีเด็ดบอลจากเซียนบอลแม่นๆ วิเคราะห์บอล ทรรศนะ บอลทุกลีกทุกมุมโลก ดูบอลสด ผลบอลย้อนหลัง ข่าวฟุตบอล ทีเด็ดเสือดำ Line: @BTM88 ทีเด็ดเป็นต่อ Line: @TDED-PENTOR ทีเด็ดแก้มยุ้ย Line: @WVZ5122i ทีเด็ดเฮียTornoii Line: @WNB8410S ทีเด็ดเฮียเบนซ์ Line: @SBH1364X ทีเด็ดเฮียปาล์ม Line: @BBF3019H ทีเด็ดแมนทอส Line: @FAM888 ทีเด็ดป๋าออดี้ Line: @PHD9863C

รับทีเด็ดบอลจากเซียนบอลแม่นๆ วิเคราะห์บอล ทรรศนะ บอลทุกลีกทุกมุมโลก ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ ผลบอลย้อนหลัง ข่าวฟุตบอล

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ลิเวอร์พูล

ข่าวฟุตบอล แมนยู vs ลิเวอร์พูล ไม่แดงเดือด!!

“แดงเดือด” ที่หลายคนคาดหวังเอาไว้กลายเป็น “แดงจืด” เมื่อ ลิเวอร์พูล บุกไปเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบไร้สกอร์ ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่การได้ 1 คะแนนกลับบ้านก็ทำให้ “หงส์แดง” ทำแต้มแซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นไปยืนเป็นจ่าฝูงแบบโดดๆ เรียบร้อยแล้ว แมตช์นี้ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่แปลกจริงๆ เพราะใครจะไปคิดว่า “ปีศาจแดง” ต้องใช้โควตาเปลี่ยนตัวหมดเกลี้ยงตั้งแต่ครึ่งแรก ขณะที่ ลิเวอร์พูล ก็เจอปัญหาเดียวกันเมื่อ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ได้รับบาดเจ็บทำให้ทีมต้องจำใจเปลี่ยนตัวออก และเกมของ “หงส์แดง” ก็สะดุดไปทันทีเช่นกัน

แมนยู-vs-ลิเวอร์พูล-2

หากมองจากเปอร์เซ็นต์การครองเกมแน่นอนว่า “เดอะ เร้ดส์” เหนือกว่าตามสภาพ แต่หากมองไปที่จังหวะการทำประตูงานนี้เจ้าบ้านเหนือกว่า โดยเฉพาะจังหวะหลุดกับดักล้ำหน้าของ เจสซี่ ลินการ์ด และจังหวะการโขกของ ปอล ป็อกบา ซึ่งทั้งสองจังหวะต้องขอบคุณ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่จัดการป้องกันได้หมด ฉะนั้นสำหรับ ลิเวอร์พูล การได้ 1 คะแนนไม่ใช่เรื่องเลวร้ายมากนัก ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แม้ว่าผลเสมอจะทำให้พวกเขาโดน อาร์เซน่อล แซงขึ้นไปอยู่อันดับ 4 ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เสียหายอะไรเช่นกัน

แมนยู-vs-ลิเวอร์พูล-1

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ็บหลายตัว

การที่ “ปีศาจแดง” ขาด เนมานย่า มาติช และ อองโตนี่ย์ มาร์ซิยาล แน่นอนว่าทำให้เกมของเจ้าบ้านค่อนข้างจะเป็นรอง ลิเวอร์พูล โดยเฉพาะในครึ่งแรก แต่ที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่านั้นก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเปลี่ยนตัวถึง 3 คนตั้งแต่ครึ่งแรก เพราะปัญหาบาดเจ็บยิ่งเป็นอะไรที่ย่ำแย่เป็นสองเท่า หลังเกมผ่านไป 20 นาที แมนฯ ยูฯ ก็ต้องเสียศูนย์จากอาการบาดเจ็บของ อันเดร์ เอร์เรร่า ทำให้ต้องส่ง อันเดรียส เปเรยร่า ลงสนามจากนั้นไม่กี่นาทีสถานการณ์ก็ย่ำแย่เมื่อ ฆวน มาต้า โดนโรคเดี้ยงเล่นงานส่งผลให้ต้องฝืนส่ง เจสซี่ ลินการ์ด ลงสนาม และการส่งแข้งที่ยังฟิตไม่เต็มร้อยลงเล่นก็ส่งผลเสียเมื่อนักเตะได้รับบาดเจ็บ จนทีมต้องเปลี่ยนตัว อเล็กซิส ซานเชซ ลงเล่นในช่วงท้ายเกม สำหรับโปรแกรมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องบอกว่าน่าเป็นห่วงเมื่อพวกเขามีคิวต้องไปเยือน อาร์เซน่อล กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในอีกไม่กี่สัปดาห์ ฉะนั้นหากนักเตะตัวหลักที่โดนโรคเดี้ยงเล่นงานหายเจ็บไม่ทัน งานนี้ โซลชา คงต้องปรับกลยุทธ์กันยกใหญ่

แมนเชสเตอร์-ยูไนเต็ด-Vs-ลิเวอร์พูล-1

เกมบุกเล่นไม่ออกทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ยูไนเต็ด มีผู้เล่นเกมรุกพรสวรรค์สูงอยู่เต็มทีม แต่พวกเขาไม่สามารถระเบิดฟอร์มถล่มประตูได้เหมือนกับหลายๆ เกมที่ผ่านมา ในส่วนของ ยูไนเต็ด นั้น มาร์คัส แรชฟอร์ด ต้องเจอกับความยากลำบากในการหาจังหวะเข้าทำ แถมยังเจออาการบาดเจ็บเล่นงานจนต้องฝืนเล่นตลอดทั้งเกม ขณะที่ ปอล ป็อกบา ก็ไม่ฉายแสงในเกมนี้ ที่สำคัญยังพลาดโอกาสทองจากจังหวะโหม่งเหน่งๆแต่บอลไปตรงตัว อลีสซง ในช่วงต้นครึ่งหลัง ขณะที่ฝั่ง ลิเวอร์พูล ยิ่งหนักกว่านอกจาก โม ซาลาห์ ที่เหมือนโดนลักพาตัวไปตลอดทั้งเกมจนโดนเปลี่ยนตัวออกช่วง 10 นาทีสุดท้ายแล้ว ซาดิโอ มาเน่ ก็แทบไม่มีบทบาทอะไรกับทีม ขณะที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ สามารถขู่เกมรับของ “ปีศาจแดง” ได้ แต่สุดท้ายเจอโรคเดี้ยงเล่นงานทำให้ต้องโดนเปลี่ยนตัวออก แถมคนที่ลงมาแทนอย่าง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับทีม

สโมสร
เกม
ชนะ
เสมอ
แพ้
ได้
เสีย
ต่าง
แต้ม
1
ลิเวอร์พูล
27 20 6 1 59 15 44 66
2
แมนซิตี้
27 21 2 4 74 20 54 65
3
สเปอร์ส
27 20 0 7 55 27 28 60
4
อาร์เซน่อล
27 16 5 6 55 37 18 53
5
แมนยูไนเต็ด
27 15 7 5 52 35 17 52
6
เชลซี
26 15 5 6 45 29 16 50
7
วัตฟอร์ด
27 11 7 9 39 35 4 40
8
วูล์ฟแฮมป์ตัน
27 11 7 9 35 34 1 40
9
เวสต์แฮม
27 10 6 11 35 40 -5 36
10
บอร์นมัธ
27 10 4 13 38 48 -10 34
11
เอฟเวอร์ตัน
27 9 6 12 36 39 -3 33
12
เลสเตอร์
27 9 5 13 32 38 -6 32
13
คริสตัลพาเลซ
27 8 6 13 31 35 -4 30
14
เบิร์นลี่ย์
27 8 6 13 31 48 -17 30
15
นิวคาสเซิ่ล
27 7 7 13 24 34 -10 28
16
ไบรท์ตัน
26 7 6 13 28 39 -11 27
17
คาร์ดิฟฟ์
27 7 4 16 25 52 -27 25
18
เซาแธมป์ตัน
27 5 9 13 28 46 -18 24
19
ฟูแล่ม
27 4 5 18 26 61 -35 17
20
ฮัดเดอร์ฟิลด์
27 2 5 20 14 50 -36 11
Facebook Comments